วันพุธที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2567

วันที่เป็นครอบครัว

 

 จากวันที่เรียกว่า พี่คะและน้อง จนวันนี้ เรารู้จักกับคำว่า ป๊าและปิ่น เริ่มจากวันที่ 28 กพ 2019 ที่เราได้เริ่มคุยกัน ยังนึกถึงความรู้สึกนั้นได้ดี มันเหมือนน้ำที่มาชโลมชีวิตของผู้หญิงคนหนึ่งให้กลับมาสดใสอีกครั้ง ชีวิตเราสองคนต่างไม่ได้โรยมาด้วยกลีบกุหลาบ หรือจะเรียกว่าทางเดินที่เราเจอนั้น มันไม่ได้ราบรื่นสักเท่าไหร่ แต่สิ่งที่มันเกิดขึ้นมาแล้ว ปิ่นคิดว่ามันดีเสมอ แม้กระทั่งตอนนี้มันก็ยังดีมาเสมอ ขอบคุณนะคะ กับเรื่องราวที่ผ่านมาจนวันนี้ 6 ปีละ มันเหมือนเราเพิ่งผ่านเหตุการณ์นี้มาเมื่อวาน 

 ป๊าคะ ในวันนี้ปิ่นก็ยังยืนยันคำเดิมว่าป๊าคือโลกทั้งใบของปิ่น คือคนที่มีค่าที่สุดแล้วในชีวิตของกันและกัน วันนี้ได้มานั่งอ่านบันทึกเก่าๆ ก็พลอยยิ้มตาม และมันทำให้ปิ่นรู้ว่าป๊าไม่เคยเปลี่ยนไปจากเดิมเลย 


ขอบคุณนะคะที่สร้างครอบครัวของเรา 


PS. ยังต้องเขียนอีกไหม เพราะอยู่ภายในใจเป็นหมื่นล้านคำ 

วันพุธที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2562

จากวันนั้น...ถึงวันนี้

     เกือบระยะเวลาที่ถูกกำหนดมา โดยที่ไม่รู้ว่าใครกำหนดมา ก็เกือบสี่เดือนแล้วสินะ ที่เราได้คุย ได้เจอ ได้หัวเราะ ได้ร้องไห้กันมา มันเหมือนนาน นานพอที่จะรู้ใจตัวเองมากเลยทีเดียว เรื่องราวต่างๆเกิดขึ้นมากมาย ทั้งเเบบรู้ตัวเเละไม่รู้ตัว เหมือนเราเดินทางด้วยกันมานานมาก น้องดีใจนะ ยังยืนยันคำเดิม ต่อให้เลือกได้ ชีวิตนี้ก็ยังคงอยากที่จะมาเจอผู้ชายคนนี้
     เหตุการณ์หลายอย่างที่เกิดขึ้น สอนอะไรน้องได้มากมาย ทั้งความเป็นตัวเองที่ไม่ดีเเละไม่เคยคิดเปลี่ยน พี่เป็นคนที่ทำให้น้องคิดอะไรได้มากขึ้น จริงๆแล้วอาจจะดูเเล้วบอกไม่ฟัง เถียง เเต่รู้มั๊ยในใจอบอุ่นและรู้สึกดีทุกครั้งที่มีพี่คอยบอก คอยสอน คอยเตือนในเวลาที่โมโหแถบจะอาละวาด คำว่าใจเย็นๆของพี่ เหมือนน้ำเย็นที่มันเข้ามาลูบอารมณ์ให้เบาขึ้นเเม้กระทั่งเวลาเราทะเลาะกัน
    ทุกครั้งที่เราไม่เข้าใจกันน้องพยามยามที่จะทำความเข้าใจกับตัวเองให้ได้มากที่สุด บางทีมันอาจจะเป็นเหตุผลที่มันงี่เง่าจนเกินไปขอตัวน้องเอง หลายครั้งที่อยากจะขอโทษที่ทำพี่เสียใจหลายๆครั้งเช่นกัน เรียกได้ว่าแทบทุกครั้ง จะดีกว่า 555
     จากวันนั้น ... ถึงวันนี้ รู้จักพี่มากแค่ไหน ?
ขอเรียกว่าเดาดีกว่า พี่เป็นที่มีความตั้งใจ อดทน สูงมากกก จะบอกบอกตั้งมั่นก็ไม่เชิง เพราะไม่ถึงขนาดนั้น ยังแอบมีความอ่อนไหวอยู่ในตัว เป็นคนที่ขี้น้อยใจมากก เเม้กระทั่งคำพูดนิดหน่อยนี่ก็ไม่ได้!! น้อยใจเก่ง แต่เป็นคนที่ชอบเก็บทุกสิ่งอย่างไว้ที่ตัวเอง แล้วลั่นมันออกมาว่า ไม่เป็นไร ....

วันพุธที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2562

28.02.19 - 13.03.19

พี่คะ ❤

พอมองดูเวลามันเหมือนเราเดินทางมาด้วยกันมานานฑพอควร แต่จริงๆแล้ว ไม่ใช่ อาจเป็นเพราะเรามีเวลาที่จะคุยกันมากพอ ในการเรียนรู้กัน .. ซึ่งถ้าจะให้พูดตรงๆแล้ว เราต่างคนต่างสะท้อนมุมมองของกันและกัน จนบางที่ทำให้รู้ว่า พี่เป็นคนยังไง ถ้าจะถามว่าโอเคมั๊ย กับตัวตนของพี่  น้องมีความสุขนะกับการที่ได้ฟังเรื่องงานของพี่ พี่เป็นคนทีมองโลกในเเง่ดีมากกับการทำงาน พี่โตพอที่จะตัดสินใจอะไรหลายอย่างด้วยตัวของตัวเอง สิ่งที่คนอื่นมอบหมายมา น้องเชื่อว่าพี่ทำได้เเละทำได้ดีด้วย จงเชื่อมั่นในตัวเองให้มากพอ ในเมื่อคนอื่นให้เกียรติเราหรือปล่อยมือให้เราทำงานเอง พี่ก็ควรที่จะให้เกียรติเขาโดยการทำงานให้สำเร็จด้วยเช่นกัน การทำงานที่ไม่เหนื่อยคือการทำงานแบบมีความสุข อย่างที่พี่บอกเลยนะ บางครั้งที่อาจจะบ่นบางหรือมีคำถามกับการทำงานบ้างซึ่งก็เป็นเรื่องธรรมดาของคนทำงาน ถ้าไม่มีสิ เขาเรียกว่า คนไม่ทำงาน ถูกป่ะ 555
พี่มีความเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาและผู้บังคับบัญชาในคนๆเดียวที่โอเคมากก พี่คงรู้นะว่าน้องหมายถึงอะไร น้องภูมิใจค่ะ ที่ได้รู้จักกับพี่ ^^

และวันนี้ ..อีกเช่นกัน เป็นวันที่่เราคุยกันน้อยกว่าทุกวัน เพราะพี่งานยุ่งมากกกก ใช่ค่ะ น้องเข้าใจว่าการคุยกันของเราเเต่ละวันมันอาจจะไม่เหมือนกัน เเต่มีสิ่งเดียวที่เราทำให้เราไม่งอนกันเป็นเด็ก นั่นก็คือความเข้าใจ เอาจริงๆ ถ้าจะถามกระวนกระวายใจมั๊ย ถามมาได้ มันก็กระวนกระวายเเหละ แต่บางทีก็ต้องเตือนตัวเองด้วยสติมากกว่าความรู้สึกว่า ต้องทำงานนะ 
ทำงานนนนนนนนนน .... 

และวันนี้ก็อีกเช่นกัน พี่จะนึกถึงมันบ้างมั๊ยไม่รู้ ในขณะที่พี่บอกว่า พี่พยายามที่จะหาทุกสิ่งที่อย่างเพื่อที่จะทำให้เขาพอใจ เเม้พี่จะเหนื่อยก็ตาม เพราะที่บอกว่านั่นอาจจะเป็นสิ่งที่เค้าต้องการและมีความสุขก็ได้ น้องดีใจนะที่ได้ยินแบบนั้น ดีใจที่พี่ทำให้คนที่พี่รักแม้ว่าพี่จะเหนื่อยก็ตาม พี่ไม่เคยคิดถึงตัวเองเลย รู้มั๊ยบางความคิดเรา มันอาจสวนทางกันก็ได้ ...

Ps. ขอบคุณนะคะที่บอกว่าพี่เป็นตัวเองเเละมีความสุขที่ได้คุยกับน้อง ^^


วันอังคารที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2562

ฉัน

ฉัน .. เป็นผู้หญิงคนหนึ่งที่ชอบมองสิ่งรอบข้างแล้วสังเกตว่ามันน่ามีอะไรมากกว่าที่ฉันกำลังมองเห็น
ฉัน .. ชอบที่จะรู้จักคนภายในจิตใจของเขามากกว่าเสื้อผ้าเเละหน้าตาที่เขามี
ฉัน .. ชอบที่จะเรียนรู้วิถีชีวิตของผู้อื่น เพราะทำให้ฉันรู้ว่า ชีวิตมีอะไรที่น่าสนใจอีกตั้งเยอะ
ฉัน .. ชอบให้เกียรติคนรอบข้าง เหมือนคนรอบข้างที่ให้เกียรติฉัน
ฉัน .. ชอบที่จะโทษตัวเองมากกว่าโทษคนอื่น เพราะฉันไม่ใช่ผู้หญิงที่สมบูรณ์แบบ
ฉัน .. มีความสุขทุกครั้งที่ทำให้คนอื่นหัวเราะ ถึงแม้ว่าฉันจะร้องไห้ก็ตาม
ฉัน .. ชอบบอกว่าไม่เป็นอะไร ทั้งที่บางครั้งมันมีมากกว่าคำว่า .. เป็นอะไร
ฉัน .. ชอบที่จะร้องไห้คนเดียว มากกว่าที่จะให้ใครเห็นน้ำตา ฉันจึงเป็นคนเเข็งเเกร่งในสายตาของผู้อื่น
และถ้า ฉัน .. ยอมใคร โปรดจงรู้ไว้ว่าฉันแคร์คนนั้นมากกว่าตัวเองซะอีก 


ฉัน .. ชอบระบายความรู้สึกผ่านตัวอักษรมากกว่าคำพูด เพราะในความรู้สึกที่ออกมานั้น 
ตัวอักษรสามารถทำให้ฉันเข้าใจความรู้สึกของตัวเองในตอนที่กลับมาอ่าน ซึ่งต่างจากคำพูดที่ลอยไปตามลมแล้วไม่มีวันกลับมา ...

.. คือ .. ฉัน ..

วันเสาร์ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2562

คิดถึง


ถ้าเหนื่อยกับเรื่องราวต่างๆที่มันมากมาย 
มาพักตรงนี้ก่อนดีมั๊ย
คิดถึงจัง
❤

วันพุธที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2562

ยิ่งไม่รู้ ยิ่งต้องทำ

นอนฟังเพลงๆ นึง กลับคิดได้ว่า ทุกเวลาที่ใช้ชีวิตในเเต่ละวัน มีเรื่องราวมากมายที่เข้ามาเเบบไม่รู้ตัว เพียงเเค่เราต้องรับกับเหตุการณ์นั้น แก้ปัญหาเเละทำไป ให้จบในเเต่ละวัน แต่รู้มั๊ยว่า
เราจะทำไปจนถึงเมื่อไหร่ ?
เช่นเดียวกันกับเรื่องนี้
ขอบคุณในทุกๆเช้าที่มีนาฬิกาปลุกเพื่อให้ตื่น
มาทำงานเเละคิดถึง
ขอบคุณรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ ในทุกๆวัน
ขอบคุณความสุขที่เกิดทุกเวลาที่คิดถึงกัน
ขอบคุณจริง ๆ
เเต่เราก็ไม่รู้ว่าจะเป็นเเบบนี้ไปอีกนานเเค่ไหนไม่รู้.. ไม่อยากที่จะคิด
อยากเก็บความรู้สึกตอนนี้ให้มีค่ามากที่สุดแค่นั้นพอ

วันอังคารที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2562

ถ้าวันนึง ฉันหายไป ....

เป็นเรื่องปกติที่เราคุยกันมาเรื่อยๆ (ยิ้มแข่งกัน) พี่เป็นคนที่เขินเก่งมาก ระดับประเทศเลยก็ว่าได้ แต่น้องชอบนะ ชอบมอง เพลินดี ...
แต่วันนี้ก็แอบเสียใจอยู่ไม่ใช่น้อย กับการสร้างกำแพงบางอย่างในใจของผู้ชายคนนี้ ในเรื่องการตัดสินใจอะไรหลายๆอย่างในตัวของพี่เขาเอง .. พีคที่สุด ตรงประโยคที่บอกว่า ถ้าวันนึงพี่หายไปล่ะ ??
..... รู้สึกใจหายอย่างบอกไม่ถูก ตัวสั่น แต่ทำอะไรไม่ได้ ตอนนั้นพี่มีงาน ไม่อยากให้กังวล แต่ร้องไห้ไปแล้ว เเต่ยังตอบอย่างสวยๆไปว่า น้องโอเค

เราได้คุยกันกับเรื่องนี้อีกรอบ ระหว่างที่คุยกันทำให้น้องคิดว่า พี่ไม่ควรที่จะสร้างกำแพงในใจอีก ขอได้มั๊ย อย่าสร้างมันขึ้นมาอีก ไม่อยากให้ต้องมาเก็บความรู้สึกอะไรแบบนี้แล้วทนอยู่คนเดียว เพราะพี่ไม่ได้ทนอยู่คนเดียว ยังมีอีกคนที่ทรมาน

อยากให้เรื่องราวต่อจากนี้เป็นเรื่องของเวลา เวลาเท่านั้นที่จะบอกอะไรได้หลายๆอย่าง การกำหนดอนาคตมันไม่ได้ถูกต้องเสมอไป ระยะทางที่เรามีต่างหากที่บอกอะไรเราได้ ว่าที่จริงแล้วเราต้องการอะไร

แค่เรายิ้มให้กันทุกวันก็พอ เวลานึกถึงแล้วยิ้ม อาจจะเป็นความสุขที่ไม่มาก แต่มันก็ยังขึ้นชื่อว่าเป็นความสุข สุขของกันและกัน